เพลงเก่าที่น่าจดจำ - วานลมจูบ โดย ป้อม พรรณพร

ไม่มีใครรู้ ว่าฉันรักเธอ รักยิ่งสิ่งใด
เฝ้าแต่ห่วงใย ห่วงหวงจนเงา ของร่างเธอ
ห่วงหวงดวงตา มากกว่าฟ้า ห่วงดาวเสมอ
หวงริมปากเธอ ยิ่งกุหลาบ หวงกลีบของมัน
อยากจะจูบ ก็ได้แต่ห่วง ก็ได้แต่หวง
ไม่เคยลุล่วง (...ฮัม...) แม้ในความฝัน
ฉันคนจนยาก (...ฮัม...) ได้แต่รำพัน
เฝ้าวอนลมนั้น (...ฮัม...) ให้ช่วยจูบเธอ

บอกเล่าให้เข้าเรื่องเพลง ความร่วมมือของครูเพลงในยุคเฟื่องฟู ตอนที่ ๔๐ โดย ป้อม พรรณพร


“อ.ป.ส.” (ม.ล.ขาบ กุญชร)

ผลงานของ “อ.ป.ส.” ร่วมกับ ครูชอุ่ม ปัญจพรรค์ ได้แก่ เพลงข้องจิต ขับร้องโดย เอื้อ สุนทรสนาน+พูลศรี เจริญพงษ์ เพลงคิดไม่ถึง ขับร้องโดย วินัย จุลละบุษปะ


คุณดอกดิน กัญญามาลย์

ผลงานของ คุณดอกดิน กัญญามาลย์ ร่วมกับ ครูนริศ ทรัพย์ประภา ได้แก่ เพลงละครชีวิต ขับร้องโดย จินตนา สุขสถิตย์+ธานินทร์ อินทรเทพ


คุณธม ธาตรี (เชิด ทรงศรี)

ผลงานของ คุณธม ธาตรี ร่วมกับ ครูสง่า อารัมภีร ได้แก่ เพลงที่รักเราไม่ควรพบกันเลย ขับร้องโดย รวงทอง ทองลั่นธม


คุณนินารถ ช่ำชองยุทธ

ผลงานของ คุณนินารถ ช่ำชองยุทธ ร่วมกับ คุณนิพนธ์ เศวตนันท์ ได้แก่ เพลงคะนึงหา ขับร้องโดย พิทยา บุณยรัตพันธ์


คุณทัศนัย ชะอุ่มงาม

ผลงานของ คุณทัศนัย ชะอุ่มงาม ร่วมกับ ครูสนิท ศ. ได้แก่ เพลงดอกบัว ขับร้องโดย ทัศนัย ชะอุ่มงาม


คุณมัณฑนา โมรากุล

ผลงานของ คุณมัณฑนา โมรากุล ร่วมกับ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ได้แก่ เพลงใจหนอใจ ขับร้องโดย จันทนา โอบายวาทย์

ผลงานของ คุณมัณฑนา โมรากุล ร่วมกับ ครูเวส สุนทรจามร ได้แก่ เพลงวาสนากระต่าย ขับร้องโดย เอื้อ สุนทรสนาน


คุณเลิศ ประสมทรัพย์

ผลงานของ คุณเลิศ ประสมทรัพย์ ร่วมกับ ครูสมพงษ์ ทิพยะกลิน ได้แก่ เพลงรำวงเนื้อคู่อยู่วงรำ ขับร้องโดย ชาวคณะสุนทราภรณ์


คุณชรินทร์ นันทนาคร

ผลงานของ คุณชรินทร์ นันทนาคร ร่วมกับ คุณเสียง พันธุมโกศล ได้แก่ เพลงกล่อมวิวาห์ ขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร+เพ็ญศรี พุ่มชูศรี

ผลงานของ คุณชรินทร์ นันทนาคร ร่วมกับ ครูชาลี อินทรวิจิตร ได้แก่ เพลงบุญข้าวประดับดิน ขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร


คุณรวงทอง ทองลั่นธม

ผลงานของ คุณรวงทอง ทองลั่นธม ร่วมกับ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ได้แก่ เพลงสุดแสนเสียดาย ขับร้องโดย รวงทอง ทองลั่นธม


คุณอโศก สุขศิริพรฤทธิ์

ผลงานของ คุณอโศก สุขศิริพรฤทธิ์ ร่วมกับ ครูเวส สุนทรจามร ได้แก่ เพลงกังหันคอยลม ขับร้องโดย สุเทพ วงศ์กำแหง


คุณวิทยา สุขดำรงค์

ผลงานของ คุณวิทยา สุขดำรงค์ ร่วมกับ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ได้แก่ เพลงตราบสิ้นดาวเดือน ขับร้องโดย มนูญ เทพประทาน


“รังษีรัตน์” (เรณู เดือนดาว)

ผลงานของ “รังษีรัตน์” ร่วมกับ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ได้แก่ เพลงถึงอย่างไรก็ไม่เหมือนเดิม,เพลงฝากใจฝัน ขับร้องโดย บุษยา รังสี

สาระน่ารู้คู่เพลงไทย -เพลงไพเราะที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดของไทย ตอนที่ ๗๗ (จบ) โดย ป้อม พรรณพร

ครั้งนี้จะพาท่านไปเยี่ยมจังหวัดสุดท้าย เป็นจังหวัดในภาคอีสานตอนล่าง คือจังหวัดอำนาจเจริญ ค่ะ

๗๗. จังหวัดอำนาจเจริญ ใช้อักษรย่อของชื่อว่า อจ. เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่แยกออกมาจากจังหวัด อุบลราชธานี เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ มีคำขวัญประจำจังหวัดว่า พระมงคลมิ่งเมือง แหล่งรุ่งเรืองเจ็ดลุ่มน้ำ งามล้ำถ้ำศักดิ์สิทธิ์ เทพนิมิตพระเหลา เกาะแก่งเขาแสนสวย เลอค่าด้วยผ้าไหม ราษฎร์เลื่อมใสใฝ่ธรรม มีประชากร (พ.ศ. ๒๕๕๗) จำนวน ๓๗๕,๓๘๐ คน มีพื้นที่ทั้งหมด ๓,๑๖๑.๒๔๘ ตารางกิโลเมตร มีต้นไม้ประจำจังหวัดคือ ต้นตะเคียนหิน มีดอกไม้ประจำจังหวัดคือ ดอกจานเหลือง

ตราประจำจังหวัด เป็นรูปพระมงคลมิ่งเมือง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญของจังหวัด

เพลงไพเราะ ที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดนี้ ได้แก่ สาวอำนาจเจริญ-ฝากใจไว้อำนาจเจริญ-มนต์รักอำนาจเจริญ-อำนาจเจริญ

ฝากใจไว้อำนาจเจริญ คำร้องและทำนองโดย คุณหนุ่ย ชายเล ขับร้องโดย คุณเจนวิทย์ ลิขิตอักษร

เราคุยกันเรื่องสาระและบทเพลงที่เกี่ยวข้องกับ ๗๗ จังหวัดของไทย มาจนถึงจังหวัดสุดท้ายแล้วนะคะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านผู้อ่านคงจะได้รับสาระประโยชน์เป็นเกร็ดประดับความรู้ไม่มากก็น้อยนะคะ และนี่ก็คือความปรารถนาดีจาก โครงการสืบสานตำนานเพลงเก่า ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

(วันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๘)

นักร้องและนักประพันธ์เพลง "ศิลปินแห่งชาติ" โดย ป้อม พรรณพร

คุณครู ป.ชื่นประโยชน์ มีนามเต็มว่า เปรื่อง ชื่นประโยชน์ เกิดเมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๕ ในกรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของ นายแปลก และ นางพิณ ครูเปรื่องเข้ารับการศึกษาในชั้นประถมวัยเหมือนเด็กทั่วๆ ไป เมื่อถึงระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ได้เข้าศึกษาต่อในสายอาชีวะที่ โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย แต่เนื่องจากสิ่งที่ได้เรียนกับความต้องการส่วนตัว ดูจะตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง ครูเปรื่องจึงจำเป็นที่จะต้องตัดสินใจเลือกทางเดินใหม่ให้กับตัวเอง โดยลาออกจากโรงเรียนช่างก่อสร้าง และไปศึกษาต่อในแนวทางที่ชีวิตต้องการ คือการเป็นนักเรียนดุริยางค์ที่ กองดุริยางค์ทหารบก ครูเปรื่องเป็นคนที่รักเสียงเพลงมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กชาย รักการอ่านและการเขียนเป็นชีวิตจิตใจ ดังนั้นจึงเริ่มมีผลงานการประพันธ์ที่ฉายแววนักแต่งเพลงผู้สมบูรณ์แบบ มาตั้งแต่อายุ ๑๘ ปี เพลงแรกที่ประพันธ์ ครูเปรื่องยังจำได้ดีว่า ในครั้งนั้นมี ครูนารถ ถาวรบุตร ช่วยทำหน้าที่ด้านเรียบเรียงเสียงประสาน โดยมอบให้ คุณเฉลา ประสบศาสตร์ รับหน้าที่ผู้ขับร้อง เพลงนั้นชื่อว่า “เพื่อนรักเก่า”

คุณครู ป.ชื่นประโยชน์ กับชีวิตในวงการเพลง เริ่มขึ้นด้วยเพื่อนกลุ่มแรกที่สนิทสนมกันมาจนถึงบั้นปลายของชีวิต ได้แก่ ครูมงคล อมาตยกุล และ ครูเชาว์ แคล่วคล่อง ทั้งสามท่านใช้ชีวิตนักดนตรีร่วมกัน โดยมีอาชีพสร้างเสียงเพลงให้ความสุขแก่ผู้ฟัง ตามสถานบันเทิงต่างๆ เช่นโรงละคร และโรงภาพยนตร์ เรียกได้ว่า ที่ไหนมีการแสดงละคร ที่นั่นมีครูเปรื่อง ทำอาชีพนี้มาจนกระทั่งอายุเกือบ ๓๐ ปี ในปี พ.ศ.๒๔๙๔ จึงหยุดพักการเร่ร่อน หันมาทำงานเป็นหลักเป็นแหล่ง ด้วยการเป็นนักประพันธ์เพลงประจำ ให้กับ วงดนตรีดุริยะโยธิน เป็นเวลานานเกือบ ๑๐ ปี จึงตั้งวงดนตรีของตนเองชื่อ “วงดนตรี ป.ชื่นประโยชน์” ในปี พ.ศ. ๒๕๐๑

คุณครู ป.ชื่นประโยชน์ ได้เปิดโรงเรียนสอนการเล่นดนตรีเป็นของตนเอง ไปพร้อม ๆ กับรับงานการแสดงดนตรี นอกจากเป็นหัวหน้าวงดนตรีส่วนตัวแล้ว ครูเปรื่อง ยังรับหน้าที่หัวหน้าวงดนตรีของรัฐวิสาหกิจ คือองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) อีกด้วย

สำหรับงานด้านการเขียนและการประพันธ์ ก็คงยังมีอยู่ตลอด คือทั้ง สร้างตำราวิชาการดนตรี และ ประพันธ์เพลงไทยสากล ร่วมกับครูเพลงท่านอื่นๆ เช่น ครูชาลี อินทรวิจิตร ครูมงคล อมาตยกุล ครูสุวัฒน์ วรดิลก และ ครูส. อาสนจินดา เป็นต้น มีผลงานที่ได้รับความนิยมมากมาย ที่เด่นมาก ก็คือ เพลงมารหัวใจ เพลงไม่มีวัน เพลงพ่อพระในดวงใจ เพลงมนต์รักเรียกหา เพลงคอย เพลงสักวันหนึ่ง และเพลงเจ้าดวงใจ

คุณครู ป.ชื่นประโยชน์ ได้รับ รางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานถึง ๒ ครั้ง ครั้งแรก ในปี พ.ศ.๒๕๐๗ เพลงที่ได้รับรางวัลคือ เพลงมารหัวใจ ครั้งที่ ๒ ในปีพ.ศ.๒๕๐๙ เพลงที่ได้รับรางวัลคือ เพลงไม่มีวัน ได้รับรางวัลดีเด่นยอดเยี่ยม ทั้งทางด้านทำนอง คำร้อง และเรียบเรียงเสียงประสาน ส่วนรางวัลยิ่งใหญ่ท้ายสุดในชีวิตก็คือ ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ประพันธ์เพลง) ปี พ.ศ. ๒๕๓๘

คุณครู ป.ชื่นประโยชน์ ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๔ สิริรวมอายุได้ ๗๙ ปีเศษ